มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดขึ้นได้จากสาเหตุอะไร มีวิธีการป้องกันเป็นอย่างไร

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) คือมะเร็งที่เกิดกับส่วนใดส่วนหนึ่งในลำไส้ใหญ่ที่อยู่ในร่างกาย โดยเริ่มตั้งแต่ส่วนที่ต่อจากลำไส้เล็กไปจนถึงส่วนปลายที่ติดกับทวารหนัก การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนมากจะเริ่มจากการเกิดติ่งเนื้อที่มีขนาดเล็กภายในลำไส้ใหญ่จนเกิดการพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ทำให้ร่างกายของเราเกิดความผิดปกตินั่นเอง วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับโรคนี้กันว่าจะเป็นอย่างไร

เรามารู้จักอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่กัน ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับขนาดและบริเวณที่เกิดเนื้องอกในผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่มีอาการในช่วงแรกเริ่มเมื่อเป็นโรคได้หลายปี แต่เมื่อโรคเกิดการพัฒนาจนรุนแรงขึ้นถึงจะมีอาการแสดงออก ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้

โรค มะเร็ง ลำไส้ใหญ่ ระยะ สุดท้าย

อาการของ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีดังนี้

1.พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมักเกิดขึ้นนานหลายสัปดาห์ เช่น ท้องเสีย ท้องผูก ลักษณะอุจจาระที่เปลี่ยนไปทำให้เราเกิดอาการที่รุนแรงที่มากแล้ว

2.ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด

3.รู้สึกถ่ายไม่สุด

4.ปวดท้อง รู้สึกแน่นอึดอัดบริเวณช่วงท้องเหมือนมีแก๊สในท้อง ท้องอืด

5.อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

6.น้ำหนักลงโดยไม่มีสาเหตุ

หากสังเกตว่าเริ่มมีอาการหลายอย่างของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ข้างต้น โดยเฉพาะการถ่ายเป็นเลือดหรือนิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ควรมีการพบแพทย์เพื่อตรวจเบื้องต้นเพื่อค้นหาโรค เพราะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่มีอาการที่เฉพาะเจาะจง

มะเร็ง ลำไส้ใหญ่ ระยะ 4

สาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจาก ?

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่พบปัจจัยที่มีส่วนที่ทำให้เกิดโรคได้หลายปัจจัย ดังนี้ การกลายพันธุ์ของยีน ยีนที่เกิดการกลายพันธุ์จะไม่สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์จนเติบโตกลายเป็นเซลล์มะเร็งลุกลามไปยังเซลล์ข้างเคียงก่อนจะก่อตัวเป็นเนื้อร้ายได้ ซึ่งยีนอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย และจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่ควบคุมการทำงานเซลล์ต่าง ๆ จากรุ่นไปสู่อีกรุ่น

การรับประทานอาหาร รูปแบบการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบตะวันตกมากขึ้น ซึ่งเป็นอาหารประเภทไขมันสูงและมีกากใยอาหารต่ำ โดยพบว่าผู้ที่มีการกินอาหารในลักษณะนี้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ถึงความสัมพันธ์ของการเกิดโรคและอาหารการกินที่ชัดเจน

สาเหตุอื่นอาจถูกกระตุ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น

1.พันธุกรรม – ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่หรือน้อง จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรค และความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อญาติที่ป่วย เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนอายุ 45 ปี

2.อายุที่เพิ่มมากขึ้น – มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามวัย โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ในรายที่มีอายุน้อยก็สามารถพบได้ แต่มีจำนวนไม่มาก

3.การอักเสบของในลำไส้ – อาจมาจากโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ใหญ่ เช่น ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง

ประสบการณ์ มะเร็ง ลำไส้ใหญ่

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

1.มะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยต้องดูความรุนแรงของโรคและชนิดของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ผู้ป่วยเป็น ทั้งนี้อาจใช้การรักษาเพียงวิธีเดียวในการรักษาหรือใช้หลายวิธีสลับกันการผ่าตัด เป็นการรักษาหลักที่แพทย์มักใช้ในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ามะเร็งเกิดบริเวณส่วนใด รุนแรงมากน้อยแค่ไหน การรักษาด้วยการผ่าตัดมักต้องรักษาควบคู่กับการทำเคมีบำบัด อาจเป็นก่อนหลังการผ่าตัดก็ได้

โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น แพทย์อาจมีการตัดก้อนเนื้อในขณะที่มีการส่องกล้องหรือผ่าตัดผ่านกล้อง เนื่องจากก้อนเนื้อยังมีขนาดเล็ก

2.หากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่และโรคเกิดการลุกลามมากขึ้น แพทย์อาจต้องผ่าตัดลำไส้ใหญ่บางส่วนที่เป็นก้อนเนื้อร้ายออก แล้วเย็บลำไส้ส่วนที่เหลือเข้าไว้ด้วยกัน และอาจมีการตัดเอาต่อมน้ำเหลืองออกไปตรวจเพิ่มเติม ในบางกรณีที่แพทย์ไม่สามารถเย็บลำไส้ส่วนที่เหลือหลังจากผ่าเอาก้อนเนื้อออกได้ อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออกมาทางหน้าท้องชั่วคราว เพื่อต่อเข้ากับถุงสำหรับเก็บกากอาหารที่เหลือจากการย่อย

เมื่อเวลาผ่านไป หากผู้ป่วยสามารถได้รับการเย็บต่อลำไส้ใหญ่ใหม่ได้เรียบร้อย จึงจะทำการเย็บปิดหน้าท้องเหมือนเดิม ยกเว้นในบางรายที่อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบถาวร

3.การรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือที่รู้จักกันในชื่อของ คีโม เป็นการใช้ยาในหลายรูปแบบ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตหรือทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยเป็นวิธีการรักษาที่อาจใช้หลังการผ่าตัด เนื่องจากเซลล์มะเร็งได้มีการลุกลามเข้าไปในต่อมน้ำเหลือง และช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาของเซลล์มะเร็งได้ หรืออาจใช้ก่อนวิธีการผ่าตัด เพื่อให้เซลล์มะเร็งมีขนาดเล็กลง

ในผู้ป่วยที่มีการกระจายของเซลล์มะเร็งไปทั่วร่างกายจะช่วยบรรเทาอาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนารูปแบบของการรักษาด้วยเคมีบำบัด ที่เรียกว่า ยาตรงเป้า (Targeted Therapy) ให้เป็นทางเลือกของการรักษาผู้ป่วยที่มีเซลล์มะเร็งตอบสนองต่อยา ซึ่งตัวยาจะมีฤทธิ์เข้าไปยับยั้งกระบวนการสร้างเซลล์มะเร็งโดยตรง ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อจากก้อนมะเร็ง เพื่อให้ทราบผลการตอบสนองของเซลล์มะเร็งต่อยาก่อน

4.การฉายรังสี (Radiation Therapy) เป็นวิธีการรักษาที่ใช้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะต้น ๆ โดยการฉายรังสีพลังงานสูงเข้าไปบริเวณที่มีก้อนมะเร็ง เพื่อช่วยลดขนาดของก้อนเนื้องอกให้เล็กลงก่อนการรักษาด้วยการผ่าตัด หรือใช้กำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจเติบโตขึ้นมาใหม่หลังการผ่าตัด รวมไปถึงบรรเทาอาการที่เกิดจากโรค วิธีนี้มักใช้รักษาผู้ป่วยควบคู่กับการรักษาด้วยเคมีบำบัด

5.การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Supportive/Palliative Care) เป็นวิธีการดูแลผู้ป่วยที่มุ่งเน้นในการบรรเทาความเจ็บปวดและอาการร้ายแรงอื่น ๆ ที่ทำให้ทุกข์ทรมาน ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ แพทย์ พยาบาล รวมไปถึงครอบครัวของผู้ป่วยเอง โดยจะใช้ควบคู่กับวิธีการรักษาอื่นที่เหมาะสมไปด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น มีชีวิตที่ยาวนานขึ้น รวมไปถึงมีคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว

อาการของโรคต่างๆ