อินทผาลัม อุดมไปด้วยประโยชน์พร้อมสรรพคุณมากมาย

ทุกคนคงเคยเห็นเจ้าผลไม้ตากแห้ง ที่มีชื่อว่า “อินทผลัม” หรือที่หลายคนเรียก ” อินทผาลัม ” ซี่งมีลักษณะเป็นผลรี ๆ เล็ก ๆ แห้ง ๆ สีน้ำตาลเข้ม วางขายอยู่ตามแผนกผลไม้ตากแห้ง หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่เพียงผลไม้ตากแห้งธรรมดาไม่มีความพิเศษอะไร แต่ที่จริงแล้วเจ้าอินทผลัมนี้ นอกจากจะเป็นผลไม้ต่างถิ่นที่มีราคาค่อนข้างสูงแล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับอินทผลัมกันดีกว่าคะ

อินทผาลัม กับต้นกำเนิดจากแดนไกลที่ใคร ๆ ยังไม่รู้ ?

อินทผลัม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Date Palm และมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Phoenix dactylifera เป็นพืชในตระกูลปาล์มชนิดหนึ่ง มีหลากหลายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย โดยผู้ผลิตอินทผลัมรายใหญ่ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย แอลจีเรีย และประเทศในแถบอาหรับ

อินทผลัมเป็นผลไม้ที่มีปลูกในประเทศไทยเป็นจำนวนน้อย เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนชื้น ทำให้ประเทศไทยต้องนำเข้าอินทผลัมควบคู่ไปด้วย ซึ่งอินทผลัมส่วนใหญ่ที่นำเข้ามักอยู่ในรูปทั้งผลไม้สดและแปรรูปแล้ว

โทษของ อินทผาลัม

ข้อควรระวังในการทานอินทผลัม

หากใครมีปัญหาสุขภาพหรือมีความบกพร่องในการขจัดโพแทสเซียมออกจากร่างกายควรระวังในการทาน เพราะอินทผลัมมีโพแทสเซียมสูง อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง เบาหวาน และภาวะหัวใจล้มเหลว ถึงแม้อินทผลัมจะมีประโยชน์มากมาย เราก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ คือประมาณ 5-10 ผลต่อวัน

เพราะผลไม้ทุกชนิดจะให้ประโยชน์ต่อเมื่อเรากินในปริมาณที่เหมาะสม หากเราทานให้ถูกต้องรับรองว่าการมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องไกล แต่หากเรารับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะทำให้เราเกิดอาการท้องอืดได้ และอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในร่างของเราเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของอินทผลัม

อินทผลัมเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลปาล์ม มีความสูงประมาณ 30 เมตร ลำต้นมีขนาดประมาณ 30-50 เซนติเมตร มีใบติดอยู่บนต้นประมาณ 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร ใบเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกจะออกจากโคนใบ ผลทรงกลมรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ออกเป็นช่อรสหวานฉ่ำ

ต้นอินทผลัมจะเริ่มให้ผลครั้งแรกเมื่ออายุ 5–7 ปี และมีอายุยืนยาวถึงกว่า 100 ปี โดยจะให้ผลผลิตต่อปีเฉลี่ยประมาณ 7,000–8,000 ลูกต่อปี หรือ ประมาณ 100–150 กิโลกรัม

ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับขนาดและความสมบูรณ์ของต้น อินทผลัมสามารถทานได้ทั้งผลดิบและสุก โดยผลจะมีสีเหลืองจนถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด ผลสุกจัดมักนิยมนำไปตากแห้ง ทำให้สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลาหลายปี และมักมีคนเข้าใจผิดว่ารสหวานจัดของอินทผลัมเกิดนั้นการแปรรูปด้วยการนำไปเชื่อมด้วยน้ำตาล

อินทผาลัม เบาหวาน

อินทผลัมเป็นผลไม้ที่มีหลากหลายพันธุ์เช่นเดียวกับผลไม้ชนิดอื่น ๆ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีเกรด ราคา รวมทั้งรสชาติแตกต่างกันด้วย ซึ่งพันธุ์ที่นิยมปลูกกันนั้นได้แก่

1.- พันธุ์ Barhee หรือ Barhi (บาร์ฮี หรือ “บัรฮี) เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการทานผลสดโดยเฉพาะ มีแหล่งกำเนิดในประเทศอิรัก ปัจจุบันมีการปลูกกันแพร่หลายในหลายประเทศ กล่าวกันว่า พันธุ์ Barhi เป็น “แอบเปิลแห่งตะวันออกกลาง”

2.- พันธุ์ Deglet Nour (เดกเล็ท นัวร์) เป็นพันธุ์ทานผลแห้ง มีแหล่งกำเนิดจากประเทศแอลจีเรียและประเทศตูนีเซีย ในวงการอินทผลัมถือว่าเป็น “ราชินีแห่งอินทผลัม” เป็นพันธุ์ที่นิยมส่งออกไปขายต่างประเทศทั่วโลกมากที่สุด รสชาติไม่หวานมาก หวานปนมัน ไม่แข็งกระด้าง เหนียวไม่มาก เนื้อนุุ่ม

3.- พันธุ์ Medjool หรือ Medjhol หรือ Medjull (เมดจูล) บางครั้งเรียกว่า Ambatt (อัมบาต) หรือที่เรียกกันว่า “พันธุ์ ๗ เม็ดศอก” เพราะเป็นพันธุ์ที่มีผลขนาดใหญ่ที่สุดในตอนนี้ เป็นพันธุ์ทานผลแห้ง มีแหล่งกำเนิดในประเทศโมรอคโค ในวงการอินทผลัมถือว่าเป็น “ราชาแห่งอินทผลัม” เป็นพันธุ์ดีที่นิยมส่งขายไปทั่วโลกเช่นเดียวกัน เนื้อนุ่ม เนื้อทราย รสชาติหวานฉ่ำ และหวานมาก ๆ

4.- พันธุ์ Ajwa หรือ Ajwah (อัจวะ หรือ อัจวะห์ หรือออกเสียงเร็ว ๆ ว่า “อัจ – จะ – วะห์) เป็นพันธุ์ทานผลแห้ง มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นพันธุ์ที่ปรากฏในคัมภีร์ของอัลกุรอานของศาสนาอิสลาม เนื้อเหนียว หนึบ เมื่อแก่ใหม่ ๆ รสชาติจะนุ่ม ไม่หวานเหมือนความหวานของอินทผลัมพันธุ์อื่น หวานหอมลงคอ

5.- พันธุ์ Mabroom (อ่านว่า มับรูป หรืออ่านออกเสียงเร็ว ๆ ว่า มับ – บะ – รูม) แหล่งกำเนิดที่มีชื่อเสียงมาจากเมืองมาดินะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

6.- พันธุ์ Zahidi – Zehdi – Zahdi (อ่านว่า ซาฮิดิ) มีแหล่งกำเนิดในประเทศอิรักและอิหร่าน

อินทผาลัมอบแห้ง

อินทผลัม สรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ กับคุณค่าทางโภชนาการ

อินทผลัมเป็นผลไม้ที่ไม่มีคอเลสเตอรอลและไขมันต่ำ นอกจากนี้เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามิน A, วิตามิน B1, วิตามิน B2, วิตามิน B6, วิตามิน K, แคลเซียม, ซัลเฟอร์, เหล็ก, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, แมงกานิส, แมกนีเซียม และน้ำมันโวลาไทล์ แถมยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งช่วยในการลดอาการท้องผูก

อินทผลัมอุดมไปด้วย เบต้าแคโรทีน ลูติน และซีแซนทิน ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งในช่องท้อง ช่วยบำรุงร่างกาย แก้โรควิงเวียนศีรษะ แก้กระหาย ช่วยลดเสมหะภายในลำคอ หากรับประทานอินทผลัมยามเช้าขณะท้องว่าง อินทผลัมจะทำการฆ่าเชื้อโรค พยาธิ และสารพิษที่ตกค้างที่อยู่ในลำไส้ และระบบทางเดินอาหาร

เพราะอินทผลัมมีฤทธิ์ในการกำจัดสารพิษและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางชนิดซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และจากรายงานการวิจัยในประเทศซาอุดีอาระเบีย พบว่าอินทผลัมสามารถช่วยทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง และช่วยป้องกันเยื่อบุในกระเพาะอาหาร ช่วยลดความรุนแรงของแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้อินทผลัมสดนั้นยังมาคั้นเป็นน้ำเพื่อดื่มโดยก็มีประโยชน์ไม่แพ้ผลอินทผลัมแห้งเลยแม้แต่น้อย

อินทผาลัมสด

อินทผลัมยังมีประโยชน์อีกมากมาย ได้แก่

  • – บำรุงร่างกาย เพิ่มกำลัง ขจัดความความเมื่อยล้า
  • – ช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวในกลุ่มคนที่มีน้ำหนักน้อยเกินไป
  • – บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • – บำรุงสายตา
  • – ช่วยดูแลและควบคุมระบบประสาท
  • – ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง
  • – ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวาน
  • – ช่วยลดความดันโลหิตสูง
  • – ช่วยป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
  • – ช่วยกระตุ้นระบบการย่อยและช่วยดูดซึมสารอาหาร
  • – ตามความเชื่อในคัมภีร์อัลกุรอานช่วยรักษาและบำบัดพิษต่าง ๆ ด้วยการรับประทานวันละ 7 เม็ด
  • – ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เพราะในอินทผลัมมีสารฟีลกูลีน ซึ่งช่วยบำรุงการหลั่งน้ำเชื้อของเพศชายได้
ผลไม้เพื่อสุขภาพ