โรคเบาหวาน (Diabetes) เกิดจากสาเหตุที่ร่างกายของเราเกิดความผิดปกติ

โรคเบาหวาน (Diabetes) เกิดจากสาเหตุที่ร่างกายของเราเกิดความผิดปกติของการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ น้ำตาลที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานโดยการควบคุมของอินซูลิน ในเมื่ออินซูลินมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้ จึงมีน้ำตาลตกค้างในกระแสเลือดมากกว่าปกติ ไตจึงขับของเสียออกมาทางปัสสาวะ อันเป็นเหตุให้ปัสสาวะหวานนั้นเอง

โรคเบาหวาน

มาทำความรู้จักกับอินซูลิน ตัวการสำคัญของ โรคเบาหวาน !

อินซูลิน (Insulin)ได้ชื่อว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความอุดมสมบูรณ์ (hormone of abundance) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากเซลล์ เบต้าเซลล์ ในตับอ่อน เป็นฮอร์โมนที่ส่งเสริมให้มีการสะสมน้ำตาล (กลูโคส) กรดไขมัน และกรดอะมิโนไว้ในเซลล์ต่าง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ

“ปัจจัยอะไรที่ทำให้อินซูลินผิดปกติ”

พันธุกรรม เราพบว่าโรคเบาหวานเป็นโรคทางพันธุกรรม คือโรคที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นได้ กลุ่มคนเหล่านี้จึงมีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานได้มากกว่าคนปกติถึง 50 % เลยนะคะ โรคทางพันธุกรรม ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงบรรเทาอาการไม่ให้เกิดขึ้นมากเท่านั้นเอง ดังนั้นการป้องกันโรคทางพันธุกรรมที่ดีที่สุด

คือการตรวจร่างกายคัดกรองสภาพทางพันธุกรรมเพื่อทราบระดับเสี่ยงความอ้วน จากการศึกษาพบว่าเซลล์ไขมันในคนอ้วนมีการหลั่งฮอร์โมน อะดิโปเนคติน (Adiponectin) ซึ่งมีผลต่อการดื้อของอินซูลิน ผู้ที่เป็นเบาหวานจะมีระดับของอะดิโปเนคตินในเลือดต่ำกว่าคนปกติที่มีน้ำหนักตัวเท่ากัน นอกจากนี้ในเซลล์ไขมันยังมีการหลั่งฮอร์โมนตัวอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเบาหวานอีกหลายชนิด

คนอ้วนจึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานได้มากกว่าคนปกติถึง 3 เท่าเลยคะ การรับประทานอาหาร มีกการศึกษาพบว่าทารกที่ทานนมแม่เพียง 2-4 เดือน

และได้รับนมวัวเป็นอาหารเสริมในช่วงนั้น มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้ การขาดวิตามินดีในวัยเด็ก การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือหวานจัด และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ได้รับเชื้อไวรัสที่ทำให้เร่างกายเกิดการทำลายเบตาเซลล์ ความเครียด เป็นต้น

อาการ โรคเบาหวาน

โดยทั่วไปโรคเบาหวาน สามารถแบ่งได้ 4 ชนิด คือ

1.โรคเบาหวานชนิดที่1 หรือโรคเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน (IDDM) เป็นเบาหวานที่เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายทำลายเบตาเซลล์ (Beta cells) ของตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ในปริมาณที่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานชนิดนี้ จำเป็นต้องฉีดอินซูลิน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดนี้มักมีรูปร่างผอมซูบ ไม่มีไขมัน กล้ามเนื้อลีบฝ่อ

2.โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (NIDDM) เป็นชนิดที่พบในผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่ ตับอ่อนยังคงสร้างอินซูลินได้แต่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) โรคเบาหวานชนิดนี้มักไม่แสดงอาการ แต่ถ้าแสดงอาการมักมีโรคแทรกซ้อนแล้ว

การตรวจร่างกายสำหรับผู้ที่ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันความรุนแรงของโรค โรคเบาหวานสามารถรักษาให้หายได้โดยการควบคุมอาหาร รับประทานยา หรือ ฉีดอินซูลิน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

3.โรคเบาหวานที่เกิดในช่วงตั้งครรภ์ หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มักมีดัชนีมวลกายมากว่า 30 มีประวัติเครือญาติเป็นโรคเบาหวาน และให้กำเนิดบุตรมีน้ำหนักมากกว่า 4.5 กิโลกรัม การเกิดภาวะโรคเบาหวานขณะตั้งครรถ์จะส่งผล ให้ทารกตัวโต คลอดก่อนกำหนด และอาจพิการได้ ถึงแม้ว่าหลังคลอดระดับน้ำตาลจะกลับปกติ แต่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดเบาหวานในอนาคต

4.โรคเบาหวานที่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น โรคตับอ่อน โรคทางพันธุกรรม จากการใช้ยา เช่น สเตอรอยด์ ยาคุมกำเนิด ยาขับปัสสาวะ หรือ เกิดจากการติดเชื้อ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานมีมากมาย บางอย่างยากต่อการควบคุมได้ การรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ที่อยากทราบว่าตนเองเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ หรือผู้ที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวาน เป็นการป้องกันการเกิดโรคและถ้าตรวจพบว่าเป็นโรคจะได้ทำการรักษาได้อย่างทันที ไม่ลุกลามจนเกิดโรคแทรกซ้อน ทำให้ยากต่อการรักษานะคะ

โรคเบาหวาน วิธีการรักษา

การป้องกัน โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานในแต่ละชนิดสามารถป้องกันได้แตกต่างกัน ซึ่งโรคเบาหวานประเภทที่ 1 แทบไม่สามารถป้องกันการเกิดของโรคได้ เพราะสาเหตุการเกิดมาจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ในขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตให้เหมาะสม โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหาร การควบคุมน้ำหนักให้คง และการออกกำลังสม่ำเสมอ การป้องกันโรคเบาหวาน สามารถทำได้ตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วน มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต
  • ระมัดระวังการรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อาหารไขมันสูง ขนม หรือเครื่องดื่มที่มีความหวาน อาจดื่มน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาล แทนน้ำผลไม้ รับประทานโยเกิร์ตแบบไม่เติมน้ำตาล
  • ผลไม้สด หรือถั่วชนิดต่าง ๆ เป็นของว่างระหว่างวัน เลือกรับประทานเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อขาวที่ไม่ติดมัน อย่างปลา ไก่ หรืออาหารทะเล แทนเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดงหรือผลิตภัณฑ์แปรรูป ควรแบ่งมื้ออาหารหลักออกเป็นมื้อย่อย ๆ ในแต่ละวัน เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลและฮอร์โมนอินซูลิน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย และลดระดับน้ำตาลในเลือดลง นอกจากนี้ยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น การป้องกันเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรมีการเข้าฝากครรภ์กับแพทย์ตั้งแต่ในระยะแรก เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองเบาหวานในกรณีที่มีความเสี่ยง พร้อมทั้งควบคุมอาหารที่รับประทานและออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ สิ่งสำคัญในการป้องกันโรคเบาหวานทุกชนิด คือ ต้องคอยระวังระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ
อาการของโรคต่างๆ