วิธี ดูแลจิตใจ ก่อนถึงวันครบรอบการสูญเสีย

การ ดูแลจิตใจ ในวันแห่งความโศกเศร้าจากการสูญเสียที่คิดว่าบรรเทาเบาบางลงไปบ้างแล้ว แต่เมื่อถึงวันครบรอบแห่งการสูญเสียนั้น ความรู้สึกเศร้าในแบบเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง เราควรที่จะรู้จักวิธีในการรับมือสิ่งต่างๆเหล่านั้นเพื่อที่จะดูแลจิตใจของเรา มาช่วยเป็นตัวเลือกที่จะก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ที่อยากลำบากต่อความรู้ของทุกท่านด้วยหวังว่าเราทุกคนจะเดินไปสู่วันที่สดใสด้วยกันทุกคน

วิธี ดูแลจิตใจ ก่อนถึงวันครบรอบการสูญเสีย

การสูญเสียเป็นการนำมาซึ่งความโศกเศร้า และหลายคนก็บอกว่าเวลาจะช่วยเยียวยาจิตใจเศร้า ๆ ให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง แต่ในเมื่อโลกนี้ยังหมุนไป แน่นอนครับว่าวันครบรอบการสูญเสียจะเวียนกลับมาใหม่ พร้อมกับความรู้สึกเศร้าเสียใจแบบเดิม ๆ หวนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งทางจิตวิทยาเราจะเรียกภาวะนี้ว่า Anniversary Grief หรือความเศร้าในช่วงเวลาครบรอบการสูญเสีย และใครที่กำลังมีอารมณ์สีเทากับช่วงเวลาวันครบรอบแห่งการสูญเสีย วันนี้ผมมีวิธีเยียวยาจิตใจที่น่าจะช่วยผ่อนเบาความรู้สึกโศกเศร้าของทุกคนได้บ้างมาฝากกันครับ

1.เตรียมใจกับความเศร้า

ดูแล จิตใจ ให้ มี ความ สุข

เพื่อไม่ให้ความรู้สึกเศร้าจมลึกลงไป เราเองก็ควรเตรียมตัวเตรียมใจรับความเศร้าไว้แต่ต้นเลยจะเป็นการดี เพราะยังไงเรารู้ตัวดีอยู่แล้วว่าถึงวันนั้น ช่วงเวลานั้น จะต้องเกิดความรู้สึกเศร้าและเสียใจแน่นอน ดังนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนเลยว่า ฉันจะเศร้า ฉันจะร้องไห้ ฉันจะรู้สึกโหยหาที่ขาดหายไป ที่สำคัญต้องบอกตัวเองด้วยว่า พอผ่านไปแล้วเดี๋ยวฉันจะรู้สึกดีขึ้น อย่างช้า ๆ แล้วแข็งแรงกว่าเดิม

2.ตระหนักรู้ถึงความรู้สึกเศร้า

การดูแลสุขภาพจิตครอบครัว

ความเศร้าเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่เราเองก็ต้องรู้เท่าทันความรู้สึกเศร้า ในใจที่มีอยู่ด้วยว่า นี่คือความรู้สึกธรรมดาที่จะเกิดขึ้นได้ เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของชีวิตที่จะได้พบกับความสูญเสีย และความโศกเศร้าก็เป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ ดังนั้นจึงต้องตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่คร่ำครวญ จนชวนให้จิตวิ่งไปกับอารมณ์โศกเศร้าที่เกิดขึ้น

3.พยายามอยู่ห่างจากสิ่งเร้า

การ ดูแล ด้าน จิตใจ

เพราะอารมณ์เป็นสิ่งที่อ่อนไหวง่ายค่ะ โดยเฉพาะในช่วงที่จิตใจเราไม่แข็งแรงเหมือนในสภาวะปกติ การย้อนกลับไปดูภาพเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ย้อนคิดถึงแต่เรื่องเดิม ๆ ที่ยิ่งพาให้รู้สึกเศร้าใจ สิ่งเร้าเหล่านี้อาจเป็นชนวนให้เราจมลึกกับความเศร้าโศกกันไปใหญ่ ดังนั้นพยายามมีสติให้มาก หากรู้ตัวว่าอารมณ์จมดิ่งลงเพราะได้ยินเพลง ได้เห็นรูปภาพ หรือเห็นภาพเคลื่อนไหวในโทรทัศน์ ก็พยายามอยู่ห่างจากสิ่งเหล่านั้นสักครู่ เพื่อป้องกันไม่ให้จิตใจห่อเหี่ยวกว่าที่เป็นอยู่นั่นเอง

4.หากิจกรรมอื่นๆทำ

จิตใจ เข้มแข็ง คือ

หากรู้สึกเศร้าแบบฉุดไม่อยู่  ไม่ไหว มีแต่จะจมลงไปทุกวินาที งั้นคุณก็ควรออกไปหากิจกรรมที่ชอบทำเลยครับ ถ้ายิ่งเป็นกิจกรรมแนวอาสาจะยิ่งดี เพราะจะได้เห็นความรู้สึกของคนรอบข้าง ที่อาจมีความเดือดเนื้อร้อนใจ อาจเป็นทุกข์มากกว่าทุกข์ที่เราเป็นอยู่ หรือหากไม่ต้องการที่จะออกไปพบปะสังคม ลองให้สัตว์เลี้ยงอยู่เป็นเพื่อนและเล่นกับสัตว์เลี้ยงดู หรือปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ หาอะไรทำก็ได้ที่คิดว่าน่าจะช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่ให้จมอยู่กับความเศร้าโศกอยู่อย่างเดียว

5.ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

5 วิธี ดูแล สุขภาพ จิต ที่ ดี

หากเห็นคนรอบข้างมีความรู้ยึกที่แย่ พูดน้อยลง หรือซึม พร้อมกับรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงมวลแห่งความหดหู่ อยากให้ส่งยิ้มให้กัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะแม้จะไม่รู้จักกันเลย แต่บางกิริยาทำให้เรารับรู้ได้ว่าเขาเศร้า เราเองก็เศร้า เมื่อเป็นเช่นนั้นเราเองควรจะหาทางออก ว่าเราจะผ่านความรู้สึกเศร้านี้ไปด้วยกันอย่างไร

6.แชร์ความรู้สึกกับคนรอบข้าง

วิธี การ ดูแล จิตใจ

ในกรณีที่รู้สึกว่าตัวเองแบกรับความเศร้าไม่ไหว เราควรจะหาใครสักคนมาแบ่งปันหรือแชร์ความรู้สึก ทำอย่างไรก็ไม่หายเศร้า แนะนำให้แชร์ความรู้สึกนั้นกับคนรอบข้าง พูดให้เขาฟังว่าเรารู้สึกยังไง เศร้ายังไง ทนไม่ไหวยังไง การได้ระบายออกไปอาจจะช่วยบรรเทาความรู้สึกที่เราแบกที่อยู่ในใจเราได้ แล้วพอพูดจนเหมด ร้องไห้จนสิ้นแรงแล้ว เชื่อเถอะครับว่าตอนนั้นแหละเราอาจจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

7.ปรึกษาแพทย์

จิตใจ เข้มแข็ง คือ

สำหรับเคสที่มีอาการซึมเศร้ามาก่อนหน้านี้ หรือมีความกดดันบางอย่าง มีเรื่องรอบตัวที่ทำให้ไม่สบายใจ และรู้สึกว่าทุกสิ่งมันมีอยู่จนเกินที่จะรับมือไหว จนมีกระทบกับการดำรงชีวิตประจำวัน ลองปรึกษาจิตแพทย์ดูนะครับ หรือโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต ก็อาจช่วยได้ เพราะแพทย์เหล่านี้อาจข้อแนะนำที่ดีให้เราได้ปฏิบัติตามก็ได้

8.ใช้ธรรมะดูแลจิตใจ

การดูแลสุขภาพจิตครอบครัว

การใช้ทำธรรมะดูแลจิตใจนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวมากที่สุด เพราะเราเป็นชาวพุทธถูกสอนเรื่องสุขกับทุกข์มาโดยตลอด หลวงพ่อชาท่านสอนเรื่อง การปล่อยว่างไว้ว่า การปล่อยว่างคือการทำจิตใจให้สงบอย่าเอาจิตใจไปครอบงำสิ่งที่เราไม่สามารถกำหนดให้มันเป็นไปตามใจเราต้องการได้ หากเมื่อเราเอาใจไปหยึดมั่นให้มันเป็นไปตามที่เราต้องการแล้ว หากมันไม่เป็นอย่างนั้นมันก็จะทำให้เราเป็นทุกข์ได้ อะไรจะเกิดก็ให้ดูตามที่มันเกิดอย่าเอาใจร่วมหรือไปยึดมันก็จะไม่เป้นทุกข์ ดังนี้ นี้ยกมาพอเป็น อุปไมย

8 วิธีดูแลจิตใจเบื้องต้นเป็นเพียงแนวทางการดูแลจิตใจในช่วงที่ต้องวนมาเจอกับความเศร้าเสียใจอีกครั้ง ซึ่งเราเองก็อยากให้ทุกคนก้าวผ่านความเศร้านี้ได้อย่างรอดปลอดภัย ไม่กระทบกับสุขภาพกายหรือสุขภาพใจใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้อ่านและคนรอบข้างของผู้อยู่ในสถานนการณ์ที่ยากลำบากทุกคนทั้งสิ้นนะครับ

สุขภาพจิต